คำเตือน: นี่เป็นนิยายที่เขียนจากความเพ้อเจ้อ เบื่อ ว่าง ฟุ้งซ่านและจินตนาการไร้สติที่สุด ไม่มีพลอต ไม่มีแผน ไม่มีโครงเรื่องอะไรใดๆทั้งสิ้น อ่านแล้วคงคิดว่า ...ไอ้นี่เป็นบ้าไปแล้ว... ถ้ามีอะไรทำที่ดีกว่าก็อย่าเสียเวลาอ่านเลยครับ ทำลายสมองเปล่าๆ =D
Aspholdel01: Prologue
ทะเลและเกลียวคลื่นที่ม้วนตัวแข่งกันเข้ามาที่หาดสีทองยามเย็นช่างเป็นภาพที่ผมมองเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ ดวงอาทิตย์ที่กำลังจะตกกกระทบกับขอบทะเลทำให้ท้องฟ้ามีสีเหลื่อมเป็นชั้นจากสีแสดที่อยู่รายรอบดวงอาทิตย์เรื่อยไปจน กลายเป็นสีน้ำเงินเข้มแห่งยามราตรี ช่วงเวลาที่พระอาทิตย์กำลังจะตกดินสวยเกินคำบรรยายจริงๆ มันเป็นรอยต่อระหว่างกลางวันกับกลางคืนที่จะได้เห็นเพียงชัวครู่จึงทำให้ดูสวยเป็นพิเศษ ผมมองทอดสายตาไปแล้วก็คิดเหมือนกับที่เคยคิดทุกครั้งที่เฝ้ามองปรากฎการณ์บนท้องฟ้าทุกอย่าง ดวงอาทิตย์ตกอย่างนี้มากี่ครั้งแล้วนะ ในช่วง 4พัน5ร้อยล้านปีที่โลกได้ถือกำเนิดขึ้นมา ถ้าคำนวณก็คงราวๆ 16.4 ล้านล้านครั้ง มันช่างเป็นตัวเลขที่เกินจะจินตนาการถึงจริงๆ ดวงอาทิตย์ตกดินในที่เดิมๆมาหลายล้านครั้ง แต่คนเราจะได้มองดูพระอาทิตย์ตกดินสักกี่ครั้งกันในช่วงชีวิตที่แสนสั้น มันช่างเป็นการตอกย้ำเหลือเกินว่ามนุษย์อย่างเราเป็นเพียงผงธุลีในอวกาศอันกว้างใหญ่แห่งนี้
ผมเรียนจบปริญญาเอกสาขา Particle Physics จาก MIT และได้เรียนต่อ postdoctural ในสาขา Quantum Chromodynamics และ Super String Theory จบตอนอายุ 21 ปี ผมได้เข้าไปทำงานที่ CERN อยู่ 2 ปีในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้วนฟิสิกส์อนุภาค และเป็นหนึ่งในทีมพัฒนาเครื่องเร่งอนุภาคที่ใหญ่ที่สุด Large Hadron Collider ซึ่งมีกำหนดเสร็จในปี 2008 ผมเป็นคนค้นพบอนุภาคปฐมภูมิใหม่อีก 3 ชนิดคือ Zeus-particle, Mesonon particle, และ fast-Graviton และเป็นคนพิสูจน์ทางทฤษฎีได้ว่าหากเร่ง proton 2 ตัว ในทิศคู่ขนานกัน ผ่านคลื่นแม่เหล็ก 3 ทิศทาง จะเกิด wormhole ขนาดเล็กและก่อกำเนิดอนุภาค Tachyon ซึ่งเป้นอนุภาคที่เร็วกว่าแสงขึ้นมา แต่ยังไม่มีการนำไปปฏิบัติจริงเนื่องจากเทคโนโลยีในปัจจุบันยังไม่สามารถทำได้
หน้าที่การงานผมกำลังไปได้เป็นอย่างดี แต่แล้วผมก็เกิดคำถามว่าจริงๆชีวิตต้องการอะไร การมานั่งค้นหาอนุภาคที่เล็กจนจินตนาการไม่ได้มันก่อให้เกิดอะไรขึ้นกับชีวิตผม มันได้ทำให้ผมหรือใครมีความสุขบ้างหรือไม่ เมื่อคิดได้ผมจึงลาออกมา และมาใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติและท้องทะเลที่เกาะเต่าแห่งนี้ เปิดร้านขายของที่ระลึกและผับเล็กๆริมชายหาด กิจการก็ไม่ถึงกับร่ำรวยมากแต่ก็ทำให้ผมพอมีพอใช้และมีความสุข 2 ปีที่เปิดร้านมาก็เป็นช่วงเวลาที่ผมคิดว่าดีที่สุดสำหรับชีวิตผมเลย และก็อยากให้เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ
ชีวิตผมน่าจะสงบสุขเรียบง่ายต่อไปหากเพียงแต่เมื่อครึ่งปีก่อนก็เกิดเหตุการณ์ที่เปลี่ยนชีวิตผมไปตลอดกาล คืนนหนึ่งเวลาประมาณ 5ทุ่มเศษๆ ขณะที่ผมกำลังนั่งจิบเบียร์เย็นๆอยู่ริมทะเล สายลมเย็นๆและกลิ่ยอายของทะเลช่างทำให้ผ่อนคลายสบายอารมณ์ ผมมองไปบนท้องฟ้ายามค่ำคืน แต่แล้วก็สะดุดตากับประกายแสงหนึ่งบนท้องฟ้ามันเปล่งแสงเรืองสีฟ้าอ่อน มันคล้ายกับดาว แต่ไม่ใช่ แต่ก่อนที่ผมจะทันได้คิดว่ามันคืออะไรแสงนั่นก็พุ่งลงมาที่ชายหาดห่างจากที่ๆผมนั่งอยู่ประมาณ 20 เมตร น่าแปลกที่บริเวณนั้นบังเอิญมีคนอยู่ไม่กี่คน และไม่มีใครเห็นเหตุการณ์กับผม ผมจึงเกินเข้าไปดู บริเวณที่ดวงแสงนั้นตกลงมากลายเป็นหลุมขนาดย่อมกว้างราวๆ 2 ฟุต และตรงกลางหลุมก็มีวัตถุเรืองแสงลักษณะเป็นโลหะเป็นรูปตัว V กลับหัวประมาณครึ่งฝ่ามือ ผมพินิจพิจารณามันอยู่ครู่หนึ่งแต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้คิดอะไรออก วัตถุเรืองแสงนั่นก็เรืองแสงวาบขึ้นมาและพุ่งเข้าหาผมรวดเร็วปานกระสุนปืน มันกลายเป็นลำแสงวิ่งเข้ามาชนที่หน้าอกผมอย่างแรง จากนั้นทุกอย่างก็มืดสนิท
ผมหมดสติไปนานเท่าไหร่ผมไม่อาจทราบได้แต่เมื่อมารู้สึกตัวอีกทีผมก็กำลังยืนอยู่ตรงโขดหินริมชายหาดห่างจากร้านของผมไปประมาณ 1 กิโลเมตร ผมงุนงงต่อสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามันคือปากทางเข้าถ้ำแห่งหนึ่ง ผมเคยมาเดินเล่นบริเวณนี้เป็นประจำแต่ไม่เคยสังเกตถ้ำแห่งนี้มาก่อน ราวกับถูกอำนาจบางอย่างชักจูงผมเดินเข้าไปในถ้ำราวกับถูกมนต์สะกดทางเดินเป็นทางเดินแคบๆ ซึ่งน่าแปลกว่าไม่ได้มืดสนิทมีแสงสีขาวนวลฉาบไปทั่วบริเวณภายในถ้ำทำให้มองเห็นทางชัดเจน ผมเดินเข้าไปจนสุดทางก็เจอทางตันแต่ผนังที่ปลายถ้ำนั้นผิดกับส่วนอื่นๆเป็นผนังเรียบสีดำสนิทดำมืดราวกับยามราตรีราวกับจะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างเข้าไป ผมเอื้อมมืออกไปเพื่อจะสัมผัสกับผนังนั้น และทันทีที่มือผมสัมผัสถูกพื้นผิวนั่นก็เกิดรูปสัญญลักษณ์ตัว V กลับหัวส่องแสงเรืองขึ้นแล้วผมก็เหมือนถูกพลังลึกลับที่แข็งแกร่งกระชากเข้าไปหามัน มันดึงผมเข้าไปในมิติประหลาด ผมล่องลอยอยู่ไม่รู้ทิศไหนบนล่างซ้ายขวาแต่รู้สึกว่าตัวเองกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงสิ่งที่เห้นรอบข้างมีแต่แสงสว่างเรืองรอง เหมือนกำลังพุ่งทะยานไปท่ามกลางหมู่ดาว และแล้วผมก็รู้สึกว่ามาหยุดเคลื่อนที่และบรรยากาศและทันไดนั้นสิ่งที่เห็นรอบตัวก็เปลี่ยนไปกลายเป็นสภาพแวดล้อมใต้ทะเล ผมรู้สึกได้ถึงคลื่นน้ำที่พัดผ่านตัวผมจากหัวจรดเท้า แต่ผมยังหายใจได้ตามปกติและเมื่อผมมองไปเบื้องล่างผมก็เพิ่งรู้ตัวว่ายืนอยู่บนพื้นทะเลแต่มันไม่ได้เป็นพื้นทราย ผมกำลังยืนอยู่บนพื้นผิวที่คล้ายกับโลหะเป็นสีเงินวาวเรียนสนิท มันกินพื้นที่ไกลจนมองไม่เห็นว่ามันสิ้นสุดตรงไหนผมเดินไปข้างหน้าเรื่อยๆ และก็มาหยุดชะงักตรงบริเวณหนึ่งซึ่งต่างออกไป มันเป็นพื้นผิวเงินเรียบและมีสัญญสักษณ์ตัว V กลับหัว 3 ตัวเกี่ยวกันเป็นสามเหลี่ยมอันใหญ่ ผมหยุดยืนดูแล้วก็ก้าวเท้าลงไป และทันทีที่เท้าสัมผัสกับพื้นผิวบริเวณนั้นผมก็รู้สึกว่าตัวตกดิ่งลงไปข้างล่าง น้ำทะเลหายไปกลายเป็นอากาศและแล้วผมก็ตกลงมาสู่ที่อีกแห่งมันเป็นอาณาบริเวณที่กว้างสุดลูกหูลูกตาเหมือนห้องโถงสีขาวขนาดใหญ่และเบื้องหน้าผมก็มีวัตถุหนึ่งปรากฏอยู่ มันเป็นคริสตัลรูปสี่แหลี่ยมขนมเปียกปูนขนาดสูงเท่าตัวคนลอยอยู่เหนือพื้นประมาณ 1 เมตรมันเรืองแสงสีน้ำเงินอ่อนผมจ้องมองไปที่ผลึกแก้วนั่นและทันใดก็เหมือนมีบางอย่างแล่นเข้ามาในหัวสมองราวกับสายน้ำมันเป็นความรู้ที่ตกทอดกันต่อๆมานับหมื่นปี
...เมื่อ 140000 ปีก่อนสายพันธุ์ของมนุษย์ได้ถูกคอขวดแห่งวิวัฒนาการและความบังเอิญที่ซ้ำซ้อนบีบเผ่าพันธุ์มนุษย์ให้เหลือบรรพบุรุษซึ่งเป็นสตรีเพียงคนเดียว นั่นคือ Mitochondrial Eve และ ประมาณ 50000 ปีต่อมาก็เกิดเหตุการณ์เช่นเดียวกันคือเกิด Y-chromosome Adam ขึ้น พูดก็คือมนุษย์ในปัจจุบันสืบเชื้อสายมาจากผู้หญิงและผู้ชายเพียงคนเดียว...แล้วมนุษย์ก่อนหน้านั้นล่ะหายไปไหน จริงๆแล้วมนุษย์ที่สูญหายไปจากสายโซ่แห่งวิวัฒนาการนั้นแค่ไปอยู่อีกสถานที่หนึ่งซึ่งตัดขาดจากโลกภายนอก ทวีปที่สาบสูญ Atlantis พวกเขาไปสร้างอารยธรรมที่นั่น พวกเขามีสายแห่งพันธุกรรมที่มนุษย์ปัจจุบันไม่มี มันคือพันธุกรรมที่ทำให้วิวัฒนาการของสมองรุดหน้ากว่ามนุษยืทั่วไปหลายเท่า Epsilon Gene เขาได้สร้างอารยธรรมชั้นสูงขึ้นบนดินแดนในมหาสมุทรแอตแลนติก ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ล้ำเลิศขนาด เดินทางข้ามดวงดาว และค้นพบวิธีทำให้มนุษย์เป็นอมตะ!
to be continued
+ + + + + + +
ท้ายบท: Asphodel meadows ในเทพนิยายกรีกโบราณคือส่วนหนึ่งของดินแดนหลังความตายหรือ underworld ซึ่งอยู่ลึกลงไปใต้พิภพ เป็นที่อยู่ของผู้ที่ทำความดีและความเลวไปพอๆกัน. MIT มีอยู่จริง CERN มีอยู่จริง, Quantum Chromodynamics, Super String theory เป็นสาขาที่มีอยู่จริง. Mitochondrial Eve และ Y-chromosome Adam เป็นแนวคิดที่มีอยู่จริงอุนภาคบ้าบอ 3 อย่างนั่นเป็นเรื่องเหลวไหลทั้งเพ =P